นักศึกษาทุกคนรู้ดีว่าต้องแลกอะไรกับอะไร อาจารย์พูดอะไรที่ควรจดไว้ คุณก้มหน้าลงจด และระหว่างที่จดอยู่นั้น อีกสามประโยคก็ผ่านไปแล้ว คุณเงยหน้าขึ้นมาอีกทีตอนไหนสักแห่งกลางประโยคที่สี่ สิ่งที่คุณจดไว้ปลอดภัยดี แต่สิ่งที่อธิบายมันหายไปแล้ว
การจดเลกเชอร์ที่จริงคืองานสองอย่าง — ฟังกับบันทึก — และคนเราทำได้ดีเพียงอย่างเดียวในแต่ละครั้ง
บันทึกโน้ตรับหน้าที่บันทึกไปแทนคุณ
มันทำอะไรได้
เมื่อเปิดใช้ yTranslate จะเก็บบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรของเซสชันไว้บนโทรศัพท์ของคุณ โดยเขียนไปพร้อมกับที่เซสชันดำเนินอยู่ ไม่ใช่บันทึกทีเดียวตอนจบ ระหว่างที่เปิดใช้อยู่ จะมีจุดสีเหลืองอำพันเล็ก ๆ ที่ด้านบนของห้องบอกให้รู้ว่ากำลังบันทึก หลังจากนั้นคุณก็เปิดโน้ต อ่าน และแชร์เป็น PDF ได้ จะพิมพ์ออกมา ขีดเขียนลงไป หรือใส่รวมไว้กับสิ่งที่คุณใช้ทบทวนก็ได้
สิ่งที่อยู่ในโน้ตคือสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอของคุณทุกประการ — ทุกข้อความ เรียงต่อกันทีละข้อความ แบบเดียวกับที่คุณเห็นขึ้นมาในห้อง เปิดโน้ตขึ้นมา ก็เหมือนได้เห็นเซสชันนั้นอีกครั้ง พอส่งออก ทุกข้อความจะมีเวลาที่พูดกำกับไว้ คุณจึงหาสิบนาทีที่ต้องการเจอได้ โดยไม่ต้องอ่านทั้งชั่วโมง
ยังมีอีกสองเรื่องเกี่ยวกับบันทึกนี้ที่ควรพูดให้ชัด เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้มันใช้งานได้จริงในมหาวิทยาลัย
มันเป็นข้อความ ไม่ใช่เสียง คุณค้นหาในนั้นได้ อ่านผ่าน ๆ ได้ คัดลอกนิยามออกมาได้ และยื่นให้กลุ่มติวไปสามหน้าก็ได้
และมันถูกเก็บไว้บนโทรศัพท์ของคุณ โน้ตจะถูกเขียนลงในอุปกรณ์และไม่ถูกอัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ของเราเลย เราจึงอ่านโน้ตเหล่านั้นไม่ได้ ส่วนเซสชันสดนั้นทำงานเหมือนห้องทั่วไป คือถ้อยคำจะผ่านบริการของเราเพื่อไปแสดงบนหน้าจอ สิ่งที่อยู่กับคุณคือบันทึกที่เก็บไว้ ถ้า iPhone ของคุณสำรองข้อมูลไปยัง iCloud โน้ตของคุณก็จะรวมอยู่ในข้อมูลสำรองนั้นด้วย เหมือนข้อมูลของแอปอื่น ๆ ในการตั้งค่า คุณจะเห็นได้ชัดเจนว่าโน้ตใช้พื้นที่ไปเท่าไร — เช่น “1 เซสชัน · 177 KB” — และลบทิ้งได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
วิธีเปิดใช้
-
เปิดการตั้งค่า
แตะไอคอนรูปเฟืองที่มุมขวาบนของหน้าจอหลัก ใต้หัวข้อโน้ต เปิดสวิตช์บันทึกโน้ตไว้ในอุปกรณ์นี้ แค่นี้ก็ตั้งค่าเสร็จแล้ว และใช้ได้ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้พูดหรือผู้ฟัง
-
ตรวจสอบภาษาที่คุณใช้อ่าน
ในหน้าจอเดียวกัน ใต้หัวข้อทั่วไป ภาษาของคุณคือ “ภาษาที่คุณอ่าน: ทั้งตัวแอปเองและคำแปลที่คุณได้รับในห้อง”
-
หาโน้ตได้ในภายหลัง
แตะโน้ตที่บันทึกไว้ ซึ่งอยู่ใต้สวิตช์นั้นพอดี ทุกเซสชันจะอยู่ในรายการ แตะเซสชันใดก็ได้เพื่ออ่าน หรือแตะแชร์เพื่อส่งออกเป็น PDF
แค่นั้นเอง ไม่มีปุ่มบันทึกแยกที่ต้องคอยจำให้กดตอนเริ่มคาบ แล้วก็ลืมตอนจบ
สามวิธีที่นักศึกษาใช้งานจริง
เข้าร่วมห้องของอาจารย์
ถ้าภาควิชาของคุณเปิดห้องไว้ ให้เปิดแท็บผู้ฟัง พิมพ์รหัส แล้วอ่านตามเป็นภาษาของคุณเอง การฟังนั้นฟรีและไม่ต้องมีบัญชี และเมื่อเปิดบันทึกโน้ตไว้ เซสชันนั้นก็จะถูกบันทึกลงโทรศัพท์ของคุณเหมือนเซสชันอื่น ๆ
โทรศัพท์ของคุณเอง ภาษาเดียวกัน
เปิดแท็บผู้พูด ตั้งภาษาที่พูดเป็นไทย แตะสร้างห้อง แล้ววางโทรศัพท์ไว้ในที่ที่ได้ยินเสียงอาจารย์ ไม่จำเป็นต้องมีใครเข้าร่วม ห้องจะแสดงสิ่งที่พูดอยู่แล้วไม่ว่าอย่างไร การบรรยายภาษาไทยที่อ่านเป็นภาษาไทยจึงให้บทถอดความแก่คุณง่าย ๆ — บันทึกของชั่วโมงนั้น ที่เก็บไว้เป็นโน้ต
โทรศัพท์ของคุณเอง ภาษาของคุณเอง
วิธีนี้คือวิธีที่คนไม่ค่อยคาดคิด ตั้งภาษาที่พูดเป็นภาษาที่ใช้บรรยาย — สมมติว่าอังกฤษ — ขณะที่ภาษาของคุณยังคงเป็นไทย จะมีสวิตช์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก: แสดงคำแปลเป็นภาษาของคุณด้วย (ไทย) เปิดสวิตช์นี้ แล้วโทรศัพท์เครื่องเดียวจะแสดงทั้งการบรรยายและฉบับที่คุณอ่านเป็นภาษาของคุณบนหน้าจอเดียวกัน และโน้ตจะเก็บไว้ทั้งสองบรรทัด ตรงตามที่ปรากฏ ไม่มีใครอื่นอยู่ในห้อง การแปลเกิดขึ้นเพื่อคุณคนเดียว
สำหรับนักศึกษาต่างชาติ วิธีสุดท้ายนี้คือความต่างระหว่างวิชาที่แค่เอาตัวรอดไปได้ กับวิชาที่คุณทบทวนได้จริง
สองวิธีหลังใช้โทรศัพท์ของคุณเป็นผู้พูด จึงต้องเข้าสู่ระบบ และใช้เครดิตเหมือนห้องทั่วไป — แม้แต่วิธีภาษาไทย ซึ่งไม่มีการแปลอะไรเลย ส่วนการเข้าร่วมห้องของคนอื่นเพื่อฟังนั้นฟรีเสมอ
ขออนุญาตก่อน ทุกครั้ง
นี่คือส่วนที่สำคัญยิ่งกว่าทุกอย่างข้างต้น
การบรรยายคือผลงานของใครคนหนึ่ง ในสัมมนามีนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่พูดความคิดที่ยังไม่ตกผลึกออกมาดัง ๆ ซึ่งก็คือจุดประสงค์ของสัมมนานั่นเอง การทำบันทึกเป็นข้อความของทั้งสองอย่างจะเปลี่ยนสภาพของห้องนั้นไป และนั่นไม่ใช่เรื่องที่นักศึกษาจะตัดสินใจเองเงียบ ๆ
ดังนั้นจงถาม ประโยคเดียวก่อนเริ่มคาบก็พอ: “ขออนุญาตใช้แอปที่เขียนบันทึกการบรรยายเป็นข้อความไว้บนโทรศัพท์ เพื่อใช้ทบทวนนะครับ/คะ — บันทึกจะอยู่ในเครื่องเท่านั้น อาจารย์สะดวกไหมครับ/คะ”
สิ่งที่ควรรู้ก่อนจะถาม:
- สถาบันมีกฎเรื่องนี้อยู่แล้ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีนโยบายการบันทึกที่ครอบคลุมการบรรยาย สัมมนา และการฝึกงาน ลองหาของมหาวิทยาลัยคุณดูแทนที่จะคาดเดาเอง — คำตอบมักจะเป็น “ได้ สำหรับการเรียนส่วนตัว เมื่อได้รับอนุญาต” และบางครั้งก็ “ไม่ได้” สำหรับการเรียนทางคลินิกหรือเนื้อหาที่เป็นความลับ
- ถ้าเป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ให้บอกไปตรง ๆ การสนับสนุนให้บันทึกการบรรยายเป็นการปรับเปลี่ยนที่พบได้บ่อย และการติดต่อผ่านหน่วยบริการนักศึกษาพิการของมหาวิทยาลัยมักช่วยให้เรื่องการขออนุญาตจบได้ทั้งภาคการศึกษา แทนที่จะต้องขอทีละวิชา
- สัมมนาไม่ใช่การบรรยาย นักศึกษาคนอื่นไม่ได้ตกลงยินยอมอะไรด้วย ถ้าการพูดคุยเป็นเรื่องส่วนตัว ก็เก็บโทรศัพท์ไปเสีย
- การเรียนส่วนตัวไม่ใช่การเผยแพร่ โน้ตมีไว้สำหรับคุณ การส่งต่อบทถอดความการสอนของใครคนหนึ่ง หรือโพสต์ลงที่ไหนสักแห่ง เป็นการกระทำอีกแบบที่มีกฎต่างออกไป
สำหรับอาจารย์: การตอบว่าได้หรือไม่ได้ไม่มีต้นทุนอะไรเลย และการถูกถามก่อนย่อมดีกว่าการถูกคาดเดาเอาเองมาก อาจารย์บางท่านอาจอยากเปิดห้องเอง — โทรศัพท์หนึ่งเครื่องที่ด้านหน้า รหัสอยู่บนสไลด์แรก — เพื่อให้ทุกคนติดตามได้ในภาษาของตัวเอง และนักศึกษาแต่ละคนได้เก็บสำเนาของตัวเองไว้ นี่คือแบบที่อาจารย์ยังเป็นผู้ควบคุมเอง
สิ่งที่มันไม่ใช่
นี่คือการถอดความด้วยเครื่องแบบสด และมันผิดพลาดได้ ชื่อเฉพาะ ศัพท์เทคนิค และอะไรก็ตามที่พูดเร็ว ๆ ตอนเป็นหวัด คือจุดที่มันมักพลาด ให้ถือว่าเป็นบันทึกที่ดีของสิ่งที่พูด ไม่ใช่บันทึกคำต่อคำที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมาย และตรวจสอบทุกอย่างที่คุณจะยกไปอ้างอิง
มันไม่ได้เรียนแทนคุณด้วย สิ่งที่มันขจัดไปคือความลนลานกลัวพลาดประโยคที่อธิบายเรื่องนั้น — ไม่ใช่ความจำเป็นที่ต้องนั่งคิดทบทวนสิ่งที่พูดไปในภายหลัง วิธีใช้ที่ดีที่สุดยังคงเป็นวิธีเดิม: ตั้งใจฟังให้ดี จดสิ่งไม่กี่อย่างที่ควรจดด้วยมือ แล้วปล่อยให้บันทึกเก็บสิ่งที่มือของคุณตามไม่ทัน
ไม่ใช่แค่ในห้องบรรยาย
การตั้งค่าเดียวกันนี้ใช้ได้ทุกที่ที่ถ้อยคำมีความสำคัญและสมุดจดตามไม่ทัน: การพบแพทย์นาน ๆ ที่คุณอยากจำให้ถูกต้อง การนมัสการในคริสตจักรด้วยภาษาที่คุณไม่ได้พูด การคุยกับเจ้าของห้องเช่าหรือทนายความ การสัมภาษณ์ที่คุณทำเพื่อโปรเจกต์ หรือชั้นเรียนภาษาที่คุณอยากเห็นคำที่กำลังได้ยิน
หลักการขอความยินยอมเดียวกันใช้กับทุกกรณี และในบางกรณี — อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการแพทย์ กฎหมาย หรือความลับ — คำตอบที่ถูกต้องมักจะเป็นการไม่ทำ ถาม แล้วเคารพคำตอบนั้น
อยากรู้เพิ่มเติมว่า yTranslate ทำงานอย่างไรใช่ไหม แวะไปที่บล็อก yTranslate